Ideacarb
บทความ
ลงทะเบียนที่ปรึกษา
ติดต่อเรา
← กลับหน้าหลัก

Carbon Credit บน TFEX คือสัญญาณว่าต้นทุนคาร์บอนกำลังจะกลายเป็นเรื่องจริงของทุกธุรกิจไทย

Carbon Credit บน TFEX คือสัญญาณว่าต้นทุนคาร์บอนกำลังจะกลายเป็นเรื่องจริงของทุกธุรกิจไทย

 

เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา ครม. มีมติเห็นชอบให้ "คาร์บอนเครดิต" สามารถนำมาซื้อขายในตลาดสัญญาซื้อขายล่วงหน้า (TFEX) ได้เป็นครั้งแรก พร้อมกับใบรับรองพลังงานหมุนเวียน (REC) และสิทธิในการปล่อยก๊าซเรือนกระจก (Allowance) ฟังดูเป็นข่าวในแวดวงตลาดทุน แต่ถ้ามองให้ลึกกว่านั้น นี่คือหนึ่งในการตัดสินใจเชิงนโยบายที่จะส่งผลต่อภาคธุรกิจไทยในระยะยาวอย่างมีนัยสำคัญ

ก่อนจะวิเคราะห์ว่ามติครั้งนี้ส่งสัญญาณอะไร ลองทำความเข้าใจกันก่อนว่า Carbon Futures หรือสัญญาซื้อขายคาร์บอนล่วงหน้าคืออะไร และมีประโยชน์อย่างไรในทางทฤษฎี

 

ตลาด Futures ถูกออกแบบมาเพื่อ 2 วัตถุประสงค์หลัก วัตถุประสงค์แรกคือการบริหารความเสี่ยงด้านราคา ผู้ประกอบการที่รู้ว่าตัวเองต้องซื้อคาร์บอนเครดิตในอนาคตสามารถล็อกราคาล่วงหน้าได้ ไม่ต่างจากที่สายการบินใช้ Oil Futures เพื่อป้องกันความเสี่ยงจากราคาน้ำมัน วัตถุประสงค์ที่สองคือการสร้างสภาพคล่องให้กับตลาดที่อ้างอิง เพราะในกรณีที่ตลาดจริง (Spot Market) ยังมีการซื้อขายไม่คล่อง ตลาด Futures จะช่วยให้ผู้ที่ต้องการบริหารความเสี่ยงสามารถทำได้โดยไม่ต้องถือครองสินทรัพย์จริง

อย่างไรก็ตาม นี่คือจุดที่น่าสนใจและชวนตั้งคำถาม

 

ตลาดคาร์บอนเครดิตของไทยในปัจจุบันยังอยู่ในระบบสมัครใจ ปริมาณการซื้อขายยังไม่สูงมาก และราคายังต่ำกว่าตลาดโลกอย่างมีนัยสำคัญ ซึ่งก่อให้เกิดคำถามแบบ "ไก่กับไข่" ที่น่าสนใจมาก ตลาด Futures ที่ดีต้องอาศัยตลาด Spot ที่มีสภาพคล่องและราคาที่น่าเชื่อถือเป็นฐาน แต่ตลาด Spot ของไทยก็ยังต้องการการพัฒนาอยู่ การสร้างตลาด Futures ขึ้นมาก่อน จึงเหมือนการสร้างตลาดหลักทรัพย์สำหรับซื้อขายหุ้นของบริษัทที่ยังไม่ได้เข้าจดทะเบียน ความเสี่ยงที่ตามมาอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้คือเมื่อตลาดอ้างอิงยังขาดสภาพคล่อง ผู้ที่เข้ามาในตลาด Futures กลุ่มแรกอาจไม่ใช่ผู้ประกอบการที่ต้องการ hedge ความเสี่ยงจริงๆ แต่อาจเป็นนักเก็งกำไรที่มองเห็นโอกาสในสินทรัพย์ใหม่ แต่จะมองข้ามมุมที่รัฐบาลกำลังคิดไม่ได้เช่นกัน

 

มติ ครม. ครั้งนี้มีบริบทที่ควรอ่านประกอบกัน เพราะในช่วงเวลาเดียวกัน พระราชบัญญัติการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ หรือ พ.ร.บ. ลดโลกร้อน ก็ผ่านความเห็นชอบในหลักการไปแล้ว กฎหมายฉบับนี้จะเปลี่ยนโครงสร้างของตลาดคาร์บอนไทยในระดับรากฐาน เมื่อบังคับใช้เต็มรูปแบบ ระบบจะเปลี่ยนจากภาคสมัครใจเป็นภาคบังคับ ผู้ประกอบการที่ปล่อยก๊าซเรือนกระจกเกินเพดานที่กำหนดจะต้องซื้อคาร์บอนเครดิตมาชดเชย และเมื่อนั้นความต้องการในตลาดจะเพิ่มขึ้น ราคาจะสะท้อนความเป็นจริงมากขึ้น และตลาด Futures ที่วางโครงสร้างไว้ล่วงหน้าจะมีผู้ใช้งานจริงตามมา การสร้าง Carbon Futures ในวันนี้จึงเปรียบได้กับการ "เตรียมรางรถไฟ" ไว้ก่อน โดยรู้ว่ารถกำลังจะมา แม้จะยังไม่รู้แน่ชัดว่าจะมาถึงเมื่อไหร่

 

สำหรับภาคธุรกิจ สิ่งที่เริ่มทำได้ตั้งแต่วันนี้โดยไม่ต้องรอกฎหมายคือการทำความเข้าใจว่าธุรกิจของตัวเองปล่อยคาร์บอนอยู่ที่เท่าไหร่ ตรงไหนบ้าง และจะลดได้จากจุดไหนก่อน งานวิจัยที่ศึกษาผลของ EU ETS ซึ่งเป็นระบบ Carbon Pricing ที่ใหญ่และเก่าแก่ที่สุดในโลกที่ใช้มาตั้งแต่ปี 2005 พบว่าบริษัทที่อยู่ภายใต้ระบบสามารถลดการปล่อยคาร์บอนได้ถึง 14 ถึง 16 เปอร์เซ็นต์ โดยที่ผลกระทบต่อกำไรและการจ้างงานแทบไม่มีนัยสำคัญ และในกรณีของฝรั่งเศส บริษัทในภาคการผลิตสามารถลดการปล่อยได้อย่างมีนัยสำคัญโดยไม่สูญเสียความสามารถในการแข่งขัน สิ่งที่น่าสนใจกว่านั้นคืองานวิจัยยังพบว่าการลดต้นทุนเกิดขึ้นจากการที่บริษัทลงทุนในเทคโนโลยีประหยัดพลังงาน ซึ่งกลับกลายเป็นการลดต้นทุนการดำเนินงานในระยะยาวด้วย กล่าวคือการเตรียมตัวก่อนไม่ได้แค่ลดภาระจากกฎหมาย แต่ยังเปิดโอกาสทางธุรกิจที่บริษัทซึ่งรอดูอยู่ห่าง ๆ ไม่มีโอกาสเข้าถึง

 

ติดตามคอนเทนต์และข้อมูลเชิงลึกด้านความยั่งยืนเพิ่มเติมได้ที่สถาบันคาร์บอนเพื่อความยั่งยืน

 

#CarbonCredit #CarbonFutures #CarbonMarket #พรบลดโลกร้อน #ESG #Sustainability #LowCarbonBusiness #CBiS #ChulaEngineering #ClimatePolicy #NetZero #KnowledgeManagement

บริษัท ซิดเอ็น จำกัด

 

สำนักงานใหญ่ เลขที่ 82/277 ซอยซิเมนต์ไทย ถนนประชาชื่น แขวงลาดยาว เขตจตุจักร กรุงเทพมหานคร 10900

 

โทรศัพท์ 02-587-3047, 084-323-7697

อีเมล: info@sid-enconsult.com

เว็บไซต์: https://www.sid-enconsult.com

 

Ideacarb
นโยบายความเป็นส่วนตัวข้อกำหนดการใช้งานนโยบายคุกกี้
© 2026 Ideacarb สงวนลิขสิทธิ์ทั้งหมด